• Mook

English Muffins! ทำง่าย ไม่ง้อเตาอบ แต่มีเตาอบ ง้อหน่อยก็ได้

สวัสดีค่ะทุกคน :) กลับมาแล้วว อัพเดทตอนนี้กลับมาอยู่คอนโดแล้ว ก่อนหน้านี้ไปอยู่บ้านสามีมาเกือบเดือน ช่วงโควิดระบาดหนักๆ ตอนนี้กลับมาคอนโด ถอยเตาอบมาใหม่สำหรับครัวเรือนเล็ก 5555 แต่ ซื้อมาไม่ได้ซื้อที่วางมา ตอนนี้น้องเตาเลยวางอยู่พื้นก่อน แต่อยากทำขนมปังไว้ทานเป็นมื้อเช้า เพราะมุกกับแฟนเป็นสาวก Carbohydrate มาก และไม่อยากซื้อจากข้างนอกมาก เลย อ้ะ! ทำมันเองเลยละกัน



English Muffin ถ้าใครยังไม่ชิน ไม่คุ้นว่ามันคืออะไร? แต่ถ้าพูดว่า McMuffin น่าจะพอรู้จักกันน้าา :) คืออาหารเช้าของ McDonald ค่ะ สอดไส้ไข่ดาว แฮม หรือ Beef patty และชีส เป็นอาหารเช้า on the go ที่ส่วนตัวชอบมากๆอันนึงเลย แต่อย่างที่ทุกคนรู้ว่า Fast food จะเป็น frozen มาซะทั้งหมด การมาทำแป้งขนมปังสดใหม่คือไม่มี เนื้อ ชีส คือจะคุมอุณหภูมิมาหมดแล้วมาประกอบหน้างาน รสชาติอาจจะอร่อย แต่เรื่องของคุณภาพ คงไม่สู้ทำเองอยู่แล้ววว (แต่นานๆทีเราก็มีวิ่งไปซื้อที่แมคอยู่บ้าง) อิอิ


ทำไมถึงทำ English Muffin?

ขนมปังประเภทนี้ มุกกินครั้งแรกที่อเมริกาตอนไปแลกเปลี่ยนตอน ม.4 ที่ Supermarket ที่นั่นจะมีขนมปังให้เลือกเยอะมากกกก แน่นอนว่าเป็น commercial bread ไม่ homemade หรือ artisan แต่ตอนนั้นไม่รู้ สิ่งที่ชอบซื้อมากๆคือ English muffin และ Bagel มันมี Texture ที่ต่างจากขนมปังแผ่นทั่วไปที่แค่นิ่มอย่างเดียว

ขนมปัง 2 ชนิดนี้คือจะมีความหนึบนิดๆ นุ่มด้วย และยิ่งปิ้งกรอบๆมันฟินสุดด! พอกลับมาที่ไทย หาซื้อแทบไม่มี มีแค่ McDonald ซึ่งเราก็ไม่อยากกิน Fast food บ่อยๆ พอรู้ว่ากรรมวิธีการทำมันไม่ได้ยากมาก (แต่แน่นอน ขนมที่ดูง่าย ย่อมมากับรายละเอียดปลีกย่อยเพียบ !) เลยคิดว่าลองทำดีกว่า แต่ก็คิดไปอีกแหละว่า ถ้ามันไม่ใช้เตาอบ ใช้แค่กระทะ ความร้อนมันจะพอหรอ? บางสูตรก็บอกให้ไปอบต่อในเตา บางสูตรก็บอกว่าให้จี่กระทะนาน 15 นาที! คิดในใจ ไหม้แน่ ซึ่งรอบแรกทำ เกือบไหม้ และไม่สุก 555555 ปกติมากค่ะ สำหรับการทำขนมปัง

รอบนี้เลย มาๆ ลองอีก! เพราะก่อนหน้านี้ลองมาหลายรอบละเวิร์ค (กับสูตรอื่นๆ ทำทั้ง sandwich bread, burger bun, sourdough) เลยคิดว่าไม่น่าไกลเกินเอื้อม


คืองี้....การจะทำอะไรก็ตาม คิดไปก่อนว่าทำพังแน่ๆ แต่ต้องทำนะ พอมันทำออกมาได้ดี มันจะดีใจมากกกก แต่ถ้าพัง มันเท่าทุน ไม่เสียใจมาก เพราะเตรียมใจไว้แล้ว :) นี่เป็นวิธีเอาชนะความกลัวพัง!

ให้กำลังใจทุกคนแล้ว เรามาเริ่มทำกันเลยไหม?^^


ต้องให้กำลังใจกัน เพราะส่วนใหญ่ถ้ายังไม่เคยทำขนมมาก่อน หรือทำแต่ยังมือใหม่มาก จะมีความกลัวที่จะเริ่ม พอเริ่มแล้วก็กลัวพัง พังแล้วก็กลัวการทำซ้ำ มันจะวนเป็นวงกลมแบบนี้ ซึ่งไม่ค่อย healthy ที่บอกได้เพราะผ่านจุดนั้นมา จุดที่ทำพังซ้ำๆๆๆ แล้วถามตัวเองว่า "เราถนัดทำสิ่งนี้ ชอบทำสิ่งนี้จริงหรือ?" แต่พอเราเริ่มสงสัยตัวเอง มันเริ่มไม่ดีแล้ว 5555 เราต้องกลับมาให้กำลังใจตัวเอง เปลี่ยนความคิดนิสนึง แล้วลุยค่ะ ไปต่อ! ทำจนกว่าจะเข้าใจ จนกว่าจะได้ พังคือพัง ถือว่าเราได้เรียนรู้จากมันค่ะ :)


สูตรนี้ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

1. อ่างผสมขนาดกลาง

2. Scraper (ถ้ามี) ถ้าไม่มีใช้ไม้พายยางได้ค่ะ

3. กระทะเทฟล่อน

4. แผ่นรองตอนนวดแป้ง หรือสามารถนวดบนโต๊ะสะอาดได้ค่ะ

*5. ถ้าใครมีเครื่องนวดแป้ง ใช้ได้ แต่มุกจะพาใช้มือนวดค่ะ

สูตร English Muffins

(ทำได้ประมาณ 7 ชิ้นๆละ 65 กรัม)

แป้งขนมปัง (หากไม่มีใช้ T55 หรือสาลีเอนกประสงค์แทนได้) 250 กรัม

นมสดจืด (แนะนำยี่ห้อ mMilk) 154 กรัม

น้ำเปล่า (เย็น) 21 กรัม

เกลือป่น 4 กรัม

ยีสต์หวาน 2.5 กรัม

น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 17.5 กรัม

เนยจืดนิ่ม 20 กรัม


*สูตรนี้ใช้มือนวด วัตถุดิบที่ใช้ควรอุณหภูมิเย็น เพราะการใช้มือนวดจะมีอุณหภูมิจากมือเรา ทำให้โดวด์มีความร้อนขึ้น เวลานวดขนมปัง แป้งโดว์ไม่ควรร้อนเกิน เพราะยีสต์จะทำงานเร็วเกินไป ควรอยู่ที่ 26-28 องศา หรือเย็นๆหน่อยค่ะ

** การนวดมือ จะไม่สามารถขึงฟิล์มได้บางมากๆ สูตรนี้มุกนวดมือ ขึงฟิล์มได้แค่ 60% และอาศัยการหมักที่นานขึ้นนิดนึงค่ะ จะทำให้ส่วนผสมจับตัว เข้ากันได้ดีกว่า


วิธีทำ

1. ตวงส่วนผสมทุกอย่างแยกไว้ เหมือนในภาพด้านบน ตวงของแห้ง แยกส่วนน้ำตาล ยีสต์หวาน และเกลือแยกไว้เป็นมุมๆเหมือนในรูปค่ะ

2. คนส่วนของแห้งให้เข้ากันเบาๆ จากนั้นใส่นมสดจืด และน้ำลงไป คนด้วยไม้พายยาง หรือ สแครปเปอร์ให้เข้ากันจนไม่เห็นเม็ดแป้ง (การดูดของเหลวจะดีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดแป้งนะคะ) มุกใช้แป้งขนมปังของ Sunset Red เกาหลี ดูดน้ำได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ เนื้อโดว์จะไม่แฉะมาก ถ้าใครผสมๆไปแล้วรู้สึกแป้งแห้งไปนิด ค่อยๆเติมน้ำแล้วนวดได้ค่ะ



  • มุกชอบผสมในโถให้พอเข้ากันก่อนเอาออกมานวดบนโต๊ะ หรือบนซิลิโคนรองนวดแป้งค่ะ

  • สังเกตรูปขวา ว่าแป้งตอนแรกจะดูไม่เข้ากัน ติดมือมาก ให้ใช้ scraper ค่อยๆปาดออกจากมือค่ะ (พอนวดแป้งไปเรื่อยๆ โดว์จะเข้ากันได้ดีมากขึ้น จนถึงจุดที่แป้งไม่ติดมือเราแล้วค่ะ)

3. นำแป้งที่ผสมพอเข้ากัน ลงนวดบนแผ่นรอง หรือบนโต๊ะที่สะอาด (สำหรับนวดมือ) ถ้านวดเครื่อง ให้ใช้สปีตต่ำค่อนกลาง ประมาณ 2-3 ค่ะ จนโดวเนื้อเนียนขึ้นก่อนใส่เนยนิ่มลงไป

<< สังเกตว่าโดว์ยังคงมีความหยาบ ดูแยกๆกัน ให้เราใช้ฝ่ายมือเรานวดแป้ง ดันแป้งออกไปจากตัว ถูไปกับพื้นโต๊ะ แล้วดึงกลับมา แล้วนวดต่อท่าเดิม








>> หลังจากนวดมือประมาณ 3 นาทีค่ะ แป้งติดมือน้อยลง ไม่ติดโต๊ะ แล้วเนื้อค่อยๆเนียนขึ้น


4. หลังจากนวดไปได้ประมาณ 5 นาที แป้งโดว์จะเข้ากันมากขึ้น และเนื้อเริ่มเนียน จุดนี้สามารถใส่เนยได้แล้วค่ะ



(รูปซ้าย) สำหรับนวดมือ ให้แผ่แป้งออกเหมือนในรูป แล้วใส่เนยจืดนิ่มลงไป ทาให้ทั่วๆโดว์ แล้วเริ่มนวดเหมือนเดิม ลักษณะโดว์มันจะเหมือนไม่เข้ากัน และมันไปทั่ว ให้นวดต่อไปเรื่อยๆจนกว่าโดว์จะเข้ากันดี มีลักษณะยืดหยุ่น นุ่มขึ้น สามารถใช้วิธี Slap & Fold ได้ค่ะหากใครถนัด

(รูปขวา) นวดไปสักพัก มือสะอาดแล้วค่ะ 5555555 ความเค็มพอดีแน่นอน! เนื้อแป้งเนียนขึ้นด้วย แต่ไม่สามารถขึงฟิล์มได้บางเฉียบนะคะ ไม่ต้องตกใจ ถ้านวดเครื่องทำได้ค่ะ


*สำหรับคนที่นวดเครื่อง ตอนใส่เนย นวดสปีดสูงนิดนึง เนยจะเข้าเนื้อได้ดี และเนียนสวยค่ะ

หลังจากนวดเสร็จแล้ว มุกพักแป้งไว้ในทัปเปอร์แวร์ ทาน้ำมันที่โดวนิดหน่อยกันติด แล้วพักให้ขึ้นฟู 60 นาที (สามารถเอาไปวางไว้ในเตาอบที่ไม่เปิดไฟได้ หรือไมโครเวฟ โดว์จะฟูขึ้นประมาณ 2 เท่าค่ะ



(ภาพด้านบน) โดว์ฟู 2 เท่าแล้ว นำโดว์ออกจากทัปเปอร์แวร์ วางลงบนแผ่นซิลิโคนเพื่อตัดแบ่งได้ค่ะ

เวลาตัดแบ่งโดว์พยายามไม่ตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเยอะเกินนะคะ

ไล่ฟองอากาศ และปั้นกลม พักไว้

วิธีปั้นกลม : ใช้อุ้งมือเรา วางมือเหมือนลักษณะคล้ายถ้ำ ให้ตัวโดว์อยู่ในอุ้งมือ แล้วค่อยๆคลึงให้ก้นแน่น อย่าใส่แป้งเยอะ ไม่อย่างนั้นจะคลึงให้กลมยากค่ะ

ตัดแบ่งก้อนละประมาณ 65 กรัม


5. หลังจากปั้นกลมเสร็จแล้ว ใช้พลาสติกคลุมหน้า กดให้แบนนิดนึง และพักไว้ 30 นาที


30 นาทีต่อมา ฟูขึ้นประมาณ 1.5 เท่า

6. หลังจากแป้งฟูขึ้นแล้ว ตั้งกระทะไฟกลางถึงอ่อน (ขั้นตอนนี้ก็ลุ้นมาก เพราะว่าก้นมันไหม้เร็วมาก กะไฟไม่ค่อยถูก ตอนหลังค้นพบว่าปั้นชิ้นเล็กลงจะสุกง่ายกว่าค่ะ)

ก่อนเอาลงทอด ใส่เนยหรือไม่ใส่ก็ได้ แต่รู้สึกว่าใส่จะไหม้เร็วขึ้น มุกโรยแป้งด้วย semolina flour เพราะไม่มี cornmeal ถ้าใครมี cornmeal ใช้ได้ค่ะ จะสวย กลิ่นหอม

ทอดไฟอ่อนๆด้านละ 5 นาทีก่อน *มุกกลัวมันไม่สุก ก็เลยเอากระทะอีกอันมาครอบ สร้าง steam ข้างในเล็กน้อย (ไม่รู้ช่วยไหมนะ 55555)


สีกำลังสวยเลยค่ะ

พอทอดเสร็จทั้งสองด้านๆละ 5 นาที มุกจะทอดไฟอ่อนสุดต่ออีกประมาณ 4 นาทีเพื่อชัวร์ว่าสุก (แต่เรื่องสุกไม่สุกนี่ต้องฝึกทำบ่อยๆเลยค่ะ)

ถ้าทอดแล้วสีเข้มเร็ว สามารถโยนเข้าเตาอบได้ 175 องศาเซลเซียสประมาณ 5-10 นาที คอยสังเกตไม่ให้สีเข้มมากค่ะ เดี๋ยวสุกเกินไป แข็ง ^^


วิธีการเก็บรักษา

เก็บใส่ภาชนะมีฝาปิดมิดชิด สามารถไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่ร้อน ไม่ชื้นได้ถึง 5 วัน แต่แต่แนะนำให้ผ่าครึ่ง ใส่ถุงซิปล็อค แล้วแช่ช่องฟรีสไว้จะดีกว่า พอจะทาน โยนใส่เครื่องปิ้ง หรือ air fryer ได้เลยค่ะ :)





English Muffin ทานคู่กับอะไรเหมาะที่สุด?

อันนี้ส่วนตัวชอบปิ้งทานกับ เนยและแยมสตรอเบอรี่ (แนะนำเนย Lurpak Spreadable นะคะ มีขายตามโลตัส กลิ่นหอม อร่อยค่ะ) หรือจะทำทานคู่กับ ไข่คน ไส้กรอก เบคอนก็ได้ค่ะ เป็น Simple American Breakfast เลย เมื่อเช้าก็ทำให้แฟนทานไปค่ะ อิ่มนานน ^^

English Muffin ตัวนี้พอปิ้งใหม่ๆทาน จะหอมเนยมากก ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทาเนยเพิ่มนะคะ

หรือใครจะทานเป็นแบบ Breakfast on the Go เหมือนของ McMuffin ก็ได้เหมือนกันค่ะ ใส่แฮม ชีส หรือจะเติมผักสลัดนิดหน่อยได้เลยค่ะ

ลองทำกันดูน้าา :)


2,506 views0 comments